เกิดอะไรขึ้นกับชั้น น้ำหนักขึ้น 1.5กิโลชั่วข้ามคืน

ใจเย็นก่อน คุณอาจจะแค่กินเค็มเกินไป

 

www.girlsgonestrong.com
www.girlsgonestrong.com

การที่น้ำหนักจะลดไป 1kg ได้เราต้องเผาผลาญพลังงานให้ได้ 3,850kcal หรือมองในทางกลับกัน การที่น้ำหนักจะขึ้นมา 1kg ได้นั้นเราต้องได้รับพลังงานมากกว่าที่เผาผลาญไปถึง 3,850kcal หรือเท่ากับข้าวมันไก่ 6 จาน

แล้วทำไมการที่เราพลาดกินอาหารเย็นจัดเต็มเข้าไปมื้อเดียว ที่มองยังไงก็ไม่น่าจะเกิน 2,000kcal  ถึงทำให้น้ำหนักเราพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 1.5kg ในชั่วข้ามคืนได้

คำตอบง่ายๆสั้นๆคือ เราบวมน้ำ

steph2chef.blogspot.com
steph2chef.blogspot.com

แต่ถ้าอยากฟังคำตอบยาวๆ เราต้องเข้าใจก่อนว่าร่างกายคนเราไม่ได้มีแค่ไขมันและกล้ามเนื้อ แต่

ประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลายอย่าง ถ้าจะมองให้ง่ายๆคือ ประกอบไปด้วย 5 ส่วน ได้แก่

ร่างกาย = 1) ไขมัน + 2) กล้ามเนื้อ + 3) น้ำ + 4) กระดูก + 5) สิ่งอื่นๆ

ดังนั้นน้ำหนักที่เราเห็นบนตาชั่ง จึงเป็นน้ำหนักของ 5 ส่วนนี้รวมกัน

www.fitnessbin.com
www.fitnessbin.com

เมื่อไรก็ตามที่เราน้ำหนักขึ้น มันอาจมาจากการเพิ่มของไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำ หรือแป้งที่สะสมในร่างกายก็ได้ แต่ถ้าน้ำหนักคุณเหวี่ยงข้ามคืน ชนิดที่ว่าคืนเดียวเพิ่มมา 1.5kg มีความเป็นไปได้สูงมากว่าไม่ใช่ผลจากการเปลี่ยนแปลงของไขมันและกล้ามเนื้อ (และที่แน่ๆไม่ใช่กระดูก) แต่เป็นสิ่งเหล่านี้ที่ส่งผลต่อตัวเลขที่คุณเห็นบนตาชั่ง

  1. การสะสมของไกลโคเจน จากการกินแป้งมากเกินไป

คืออะไร: ร่างกายคนเราสะสมแป้งในรูปแบบของไกลโคเจน

แล้วยังไง: ไกลโคเจนดูดน้ำไว้ได้หนัก 3เท่า ของน้ำหนักของตัวมันเอง

ส่งผลต่อน้ำหนักยังไง: เมื่อคุณกินแป้งเข้าไปมากๆ นอกจากน้ำหนักของตัวแป้งเองซึ่งจะถูกสะสมในรูปของไกลโคเจนแล้ว ยังมีนำ้หนักของน้ำที่มันดูดเอาไว้ได้อีกถึง 3 เท่า คิดง่ายๆว่าถ้ากินแป้งเข้าไปซัก 500g, น้ำหนักอาจขึ้นมาได้ 500 + 3×500 = 2000g หรือ 2kg เลยทีเดียว

giphy.com
giphy.com
  1. การบวมน้ำอันเกิดจากโซเดียม จากการกินเค็มมากกว่าปกติ

คืออะไร: โซเดียมพบมากในอาหารเค็มๆทั้งหลาย อย่าคิดว่าคุณจะรอด ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบเติมน้ำปลา หรือซีอิ๊วในอาหาร เพราะโซเดียมแฝงตัวอยู่ในอาหารรสเค็มทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมถุงกรอบๆ ซอสหลายๆชนิด หรือแม้แต่น้ำมะเขือเทศที่ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร

แล้วยังไง: เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกินโซเดียมมากกว่าปกติ (ย้ำว่ากว่าปกติ) ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนชื่อ Aldosterone ซึ่งทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มากขึ้น

ส่งผลต่อน้ำหนักยังไง:  น้ำหนักก็เพิ่มจากการที่น้ำในร่างกายเพิ่มขึ้นนั่นเอง

อย่างงี้กินอาหารจืด น้ำหนักจะลงไปเรื่อยๆหรอ?: เปล่าเลย เราบอกแล้วไงว่ามันขึ้นกับระดับของโซเดียมที่กินเมื่อเทียบกับปกติ ดังนั้นถ้าคุณลดโซเดียมมาซักพัก ร่างกายก็จะปรับเข้าที่ และระดับการกักเก็บน้ำก็จะกลับเป็นปกติ ไม่ได้ลดลงตามปริมาณโซเดียมด้วย

www.gifmania.co.uk
www.gifmania.co.uk
  1. ร่างกายขาดน้ำ

คืออะไร: คุณกินน้ำน้อยเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการโดยทั่วไป หรือเสียน้ำมากเกินไป หรือ ทั้งสองข้อประกอบกัน

แล้วยังไง: ร่างกายคิดว่าตัวเองขาดน้ำ ก็เลยเกิดการกักเก็บน้ำไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกายโดยอัตโนมัติ เป็นกลไกการอยู่รอด

ส่งผลต่อน้ำหนักยังไง: น้ำหนักขึ้น และดูตัวบวมน้ำจากน้ำที่ถูกกักไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

http://cuteanimalpicturesandvideos.com/wp-content/uploads/Doggie-Drinking-from-the-fountain-cute-image.jpg
cuteanimalpicturesandvideos.com
  1. อยู่ระหว่างช่วงนั้นของเดือน

คืออะไร: สำหรับคุณผู้หญิงคงไม่ต้องพูดอีก สำหรับคุณผู้ชายให้ข้ามไป

แล้วยังไง: ร่างกายจะกักเก็บน้ำมากเป็นพิเศษในช่วงนั้นของเดือน

ส่งผลต่อน้ำหนักยังไง: ก็น้ำหนักขึ้นจากน้ำที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ทำไงดีอะ: ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องเหนือการควบคุม ดังนั้นถ้าคุณอยากชั่งน้ำหนักช่วงนี้ก็ทำใจนิดนึง แต่ทางที่ดี ควรชั่งและโน้ตไว้ด้วยว่าเป็นช่วงนั้นของเดือน จะได้เก็บเอาไว้เทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนที่แล้วว่าเรามีพัฒนาการของน้ำหนักที่แท้จริงยังไง

jezebel.com
jezebel.com
  1. อึไม่ออก ท้องผูก ไม่ได้เข้าห้องน้ำมานาน

คืออะไร: ตามนั้นเลย

แล้วยังไง: ร่างกายสะสมมวลไว้ในตัวมากและไม่ได้ปล่อยออกไป

ส่งผลต่อน้ำหนักยังไง: เชื่อหรือไม่ว่าเราสามารถกักเก็บอึไว้ในลำไส้ใหญ่ได้หนักถึง 1kg หรือมากกว่านั้นอีกนิดหน่อย ถ้าเคยลองชั่งน้ำหนักก่อนและหลังถ่ายท้องหนัก (ที่หนักจริงๆ) คุณจะเห็นถึงความแตกต่างของตัวเลขบนตาชั่งเลย

i1.wp.com
i1.wp.com

สรุปแล้ว ถ้าคุณน้ำหนักขึ้น ไม่ได้แปลว่าคุณอ้วนขึ้นเสมอไป

ดังนั้นอย่ากังวลมากเกินไปหากคุณกินแย่ไปแค่มื้อเดียวแล้วน้ำหนักมันกระเด้งขึ้นมา

การโฟกัสกับตัวเลขบนตาชั่งมากเกินไปทำให้คุณเครียด และจะส่งผลเสียในระยะยาวกับการลดน้ำหนัก ถ้าคุณไม่ใช่นักมวยที่ต้องลดน้ำหนักเพื่อขึ้นชกแล้วละก็ เราแนะนำว่าชั่งน้ำหนักแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ เป็นระยะที่กำลังดีในการวัดพัฒนาการของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม น้ำหนักไม่ใช่ตัววัดที่ดีที่สุดในการวัดว่าคุณมีรูปร่างหรือสุขภาพที่ดีหรือยัง หากคุณจริงจังเรื่องรูปร่างจริงๆ เราแนะนำให้คุณวัดสัดส่วนควบคู่ไปด้วย แต่ถ้าคุณเพียงต้องการมีสุขภาพดีแล้วละก็ ตัวเลขบนตาชั่ง และการตรวจร่างกายประจำปี ก็น่าจะเป็นตัววัดที่เพียงพอแล้ว

rebloggy.com
rebloggy.com

 

ผู้แต่ง GP

ผู้แต่ง GP